ประวัติชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัด

     เมื่อก่อนทางการ (นายทะเบียนสหกรณ์) ไม่ยอมรับว่า กลุ่มออมทรัพย์พัฒนาหรือกลุ่มเครดิตยูเนี่ยนเป็นสหกรณ์ ดังนั้นจึงไม่ยอมจดทะเบียนให้กลุ่มดังกล่าวเป็นสหกรณ์ที่ถูกต้อง แต่นายประดิษฐ์ มัชฌิมา ผู้อำนวยการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย (...) เห็นว่ากลุ่มดังกล่าวดำเนินการสมบูรณ์ถูกต้องตามลักษณะของสหกรณ์ทุกประการจึงควรจะได้รับการรับรองจากทางการว่าเป็นสหกรณ์โดยสมบูรณ์ด้วยการจดทะเบียนให้เป็นสหกรณ์ดังนั้นจึงได้หาทางช่วยเหลือโดยทำหนังสือติดต่อไปยัง ชุมนุมสหกรณ์แห่งสหรัฐอเมริกา CO - OPERATIVE LEAGUE OF USA. (CLUSA) ให้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาศึกษาวิเคราะห์การดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์ฯ ดังกล่าว ซึ่งต่อมา CLUSA ได้ส่ง Prof. Memilland มาศึกษาร่วมกับ ส...เป็นเวลา 3 เดือน ในปี พ.. 2519 แล้วทำรายงานเสนอ ส... ว่ากลุ่มต่างๆ ดังกล่าวเป็นสหกรณ์โดยสมบูรณ์ ทางการจึงควรจะจดทะเบียนให้เป็นสหกรณ์โดยถูกต้อง   เพื่อจะได้ขยายกิจการและทำประโยชน์ให้แก่ชุมชน และสังคมต่อไป ซึ่งนายประดิษฐ์ มัชฌิมา ได้นำเรื่องดังกล่าวเสนอไปยังสำนักงานนายทะเบียนสหกรณ์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ให้ดำเนินการต่อไป เมื่อต้นปี พ.. 2519 ซึ่งทางการก็ได้พิจารณา และดำเนินการจดทะเบียนให้ถูกต้องสมความมุ่งหมาย ในปี พ.. 2521

     ด้วยสาเหตุดังกล่าวนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงได้ติดต่อมายังสันนิบาตเครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย  ให้ส่งผู้แทนของสันนิบาตเครดิตยูเนี่ยนฯ คือ คุณอัมพร วัฒนวงศ์  และคุณสมบัติ นันทวิจิตร ไปพบกับ นายทะเบียน บริสุทธิ์ ผู้แทนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ทุกวันพุธเป็นเวลา  1 ปี เพื่อร่างข้อบังคับของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ในการจดทะเบียนกลุ่มเครดิตยูเนี่ยนเป็นสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์พุทธศักราช 2511 และสันนิบาตเครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย ได้รับการจดทะเบียนเป็นชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัด เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.. 2522 มีสำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 56/2 หมู่ 3 ถนนรามคำแหง แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ 10240 ซึ่งเป็นที่ทำการหลังแรกโดยได้รับเงินสนับสนุนจากองค์การมีเซรีออร์ ประเทศเยอรมัน และจากสหกรณ์/กลุ่มเครดิตยูเนี่ยนทั่วประเทศ ส่วนที่ดินได้รับความอนุเคราะห์จาก นายแพทย์ชวลิต จิตรานุเคราะห์ มีเนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 56 ตารางวา  และเมื่อวันที่  22  เมษายน  2520  ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์สำนักงานแห่งใหม่ โดย นายอดุล  นิยมวิภาต  อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ในขณะนั้น เป็นประธานในพิธี

วิวัฒนาการ ช.ส.ค.

 พ.ศ. 2505

องค์การเพื่อชีวิตและสังคมและเศรษฐกิจในเอเชีย ได้จัดให้มีการประชุมในหัวข้อเรื่อง งานออมทรัพย์พัฒนา ขึ้นที่กรุงเทพฯ  ในครั้งนั้นยังไม่ใช้คำว่า เครดิตยูเนี่ยน ใช้คำว่า  ออมทรัพย์พัฒนา

 พ.ศ. 2506 ผู้เผยแพร่ศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก  คณะเยซูอิส  ได้จัดสัมมนาระดับชาติขึ้นที่บ้านเซเวียร์  ใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  ในหัวข้อเรื่อง  การพัฒนาเครดิตยูเนี่ยน  มีผู้เข้าสัมมนาเป็นผู้แทนจากประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น  ไต้หวัน  ฮ่องกง  และประเทศไทย  ในการสัมมนาครั้งนั้น คนไทยที่เข้าสัมมนาเริ่มรู้จักเครดิตยูเนี่ยนในเบื้องต้น
 พ.ศ. 2507 บาทหลวงอัลเฟรด บอนแนงก์ ชาวฝรั่งเศส และนายแพทย์ชวลิต จิตรานุเคราะห์ นักพัฒนาในแหล่งสลัมดินแดง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร  ได้ร่วมกันจัดตั้ง  สมาคมศูนย์กลางเทวา  ขึ้นเพื่อใช้เป็นที่อบรมให้ความรู้ด้านการพัฒนา  และด้านการจัดตั้งกลุ่มเครดิตยูเนี่ยนให้กับคน ในสลัมดินแดง
 พ.ศ. 2508 วันที่  25  กรกฎาคม  ผู้นำทั้ง  2   ท่าน  ร่วมกับกลุ่มอาสาสมัครในสลัมดินแดง ที่ใช้วิธีการเครดิตยูเนี่ยนเข้าไปพัฒนาคนในแหล่งสลัมดินแดงจนประสบผลสำเร็จ  ได้ก่อตั้งกลุ่มเครดิตยูเนี่ยนขึ้นที่สลัมดินแดง ซึ่งถือเป็นกลุ่มเครดิตยูเนี่ยนแห่งแรกในประเทศไทยชื่อ  กลุ่มเครดิตยูเนี่ยนแห่งศูนย์กลางเทวา  มีสมาชิกแรกตั้ง  13  คน  มีเงินสะสมในครั้งแรก  230 บาท และค่าธรรมเนียมแรกเข้า 130 บาท รวมเป็นทุนดำเนินงานครั้งแรก 360 บาท
 พ.ศ. 2511 สภาคาทอลิกสังคมสงเคราะห์ ซึ่งให้การสนับสนุนเครดิตยูเนี่ยนอยู่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง มีหน้าที่ส่งเสริมขบวนการเครดิตยูเนี่ยนให้แพร่หลายและเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น เรียกว่า คณะกรรมการเครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย
 พ.ศ. 2512 วันที่  12  สิงหาคม   บรรดาอาสาสมัครมีความเชื่อมั่นว่า  เครดิตยูเนี่ยน  เป็นกิจกรรมที่สามารถพัฒนาคน เศรษฐกิจและสังคม ของประชาชนได้เป็นอย่างดี  จึงได้เผยแพร่วิธีการเครดิตยูเนี่ยนไปสู่ชุมชนต่าง ๆ  ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย  และเมื่อมีกลุ่มเครดิตยูเนี่ยนเกิดขึ้นหลายแห่ง  อาสาสมัครก็ได้ร่วมกันจัดตั้งองค์กรเพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง  ในการเผยแพร่  จัดตั้ง  และส่งเสริมงานเครดิตยูเนี่ยนใช้ชื่อว่า   ศูนย์กลางเครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย
 พ.ศ. 2515 ผู้แทนเครดิตยูเนี่ยนทั่วประเทศ ได้จัดประชุมกันที่บ้านเซเวียร์  ใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  กรุงเทพฯ  และได้มีมติจัดตั้ง “ชุมนุมกลุ่มออมทรัพย์พัฒนาแห่งประเทศไทย”  ขึ้นแทน ศูนย์กลางเครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย
 พ.ศ. 2517 วันที่  20 – 21 เมษายน ผู้แทนกลุ่มเครดิตยูเนี่ยนได้มีการประชุมกันที่ค่ายลูกเสือวชิราวุธ  จังหวัดชลบุรี  มติของผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ได้เปลี่ยนชื่อ ชุมนุมกลุ่มออมทรัพย์พัฒนาแห่งประเทศไทย  เป็น  สันนิบาตเครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย”  ทำหน้าที่ในการเผยแพร่ ส่งเสริมขบวนการเครดิตยูเนี่ยนให้เจริญก้าวหน้า และอาสาสมัครมีแนวความคิดที่จะให้เครดิตยูเนี่ยนจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
 พ.ศ. 2521 วันที่ 21 กันยายน นายทะเบียนสหกรณ์ได้กำหนดระเบียบว่าด้วยการจัดตั้งสหกรณ์ประเภท สหกรณ์ออมทรัพย์ในชุมชน พ.ศ. 2521 จัดอยู่ในประเภทสหกรณ์ออมทรัพย์แต่เพื่อแยกให้เห็นลักษณะที่แตกต่างกันระหว่างสหกรณ์ออมทรัพย์ที่จะจดทะเบียนตามระเบียบนี้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีอยู่เดิมตามลักษณะอาชีพ จึงให้สหกรณ์ใหม่นี้ชื่อว่า “สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน” โดยใช้เป็นคำนำหน้าชื่อของสหกรณ์ที่จัดตั้งขึ้น
 พ.ศ. 2522 กลุ่มเครดิตยูเนี่ยนที่ได้รับการจดทะเบียนตามระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ ฯ เป็นแห่งแรก คือ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแม่มูล จำกัด เมื่อ 1 มกราคม 2522   จากนั้นจึงมีกลุ่มเครดิตยูเนี่ยนหลายกลุ่มจดทะเบียนเป็นสหกรณ์  และในปีนี้เช่นกัน  สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนได้ประชุมจดทะเบียนชุมนุมระดับชาติใช้ชื่อว่า  “ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัด  หรือชื่อย่อว่า  ...”  และได้รับการจดทะเบียนจากนายทะเบียนสหกรณ์  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อวันที่  26  กุมภาพันธ์  2522 เลขทะเบียน กพธ.27/2522
พ.ศ. 2537

ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย  จำกัด  ได้มีการสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการจัดตั้งชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัด สาขาขึ้นในภูมิภาค เป็นการกระจายอำนาจการบริหารเพื่อให้สอดคล้องกับธุรกิจหรือกิจกรรมของชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัด

พ.ศ. 2543 ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัด ได้ยกร่างข้อบังคับใหม่ เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และได้รับการจดทะเบียนข้อบังคับใหม่ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2544
พ.ศ. 2548 วันที่ 29 มิถุนายน  2548  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามในกฎกระทรวง “กำหนดประเภทของสหกรณ์ที่จะรับจดทะเบียน พ.ศ. 2548” โดยให้แยกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนออกจากประเภทสหกรณ์ออมทรัพย์มาเป็นสหกรณ์ประเภทสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนและได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนที่ 63 ก หน้า 1  วันที่ 4 สิงหาคม 2548 และนายทะเบียนสหกรณ์ได้กำหนดระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ ว่าด้วยการจัดตั้งสหกรณ์ประเภทสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน พ.ศ. 2548  ประกาศ ณ วันที่ 21  ตุลาคม พ.ศ. 2548  ขึ้นเพื่อบังคับใช้และถือปฏิบัติเป็นต้นมา

ปณิธาน

 สนับสนุน ส่งเสริมขบวนการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในประเทศไทย โดยอาศัย ‘จิตตารมณ์’ อันประกอบด้วย สนใจ ห่วงใย แบ่งปัน และรับใช้  และ คุณธรรม 5 ประการอันได้แก่ ความซื่อสัตย์ เสียสละ รับผิดชอบ เห็นใจกัน และวางใจกัน เพื่อพัฒนา ‘คน’ ให้รู้จักช่วยเหลือซึ่งกัน
 และกันให้บรรลุความสมดุลทั้ง 3 ด้านคือ
  1. ด้านจิตใจ ให้เป็นคนดี มีคุณธรรม
  2. ด้านเศรษฐกิจ ให้อยู่ดีกินดี
  3. ด้านสังคม ให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ 

วิสัยทัศน์

 สถาบันแห่งศูนย์กลางและผู้นำทางสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนของประเทศไทย

พันธกิจ

  1. พัฒนาความเข้มแข็งองค์กรเชิงรุก
  2. ขับเคลื่อนธรรมมาภิบาลในขบวนการเครดิตยูเนี่ยน
  3. สร้างบริการครบวงจรเพื่อยกระดับสหกรณ์สมาชิก

วัตถุประสงค์

  1. ส่งเสริมการออมทรัพย์ของสมาชิก
  2. จัดหาทุนและบริการสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพและการดำรงชีพ
  3. ทำหรือจัดหาปัจจัยการผลิต รวมซื้อรวมขายสินค้าและบริการของสมาชิก รวมทั้งจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคหรือแปรรูปผลผลิตของสมาชิก 
  4. ร่วมมือกับสหกรณ์อื่น ชุมนุมสหกรณ์ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย องค์กรชุมชน ภาคเอกชนและหน่วยงานของรัฐ เพื่อส่งเสริมและปรับปรุงกิจการของสหกรณ์
  5. ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกและชุมชน

ทุนดำเนินงาน

  1. รับเงินค่าหุ้น
  2. ออกหุ้นกู้
  3. รับฝากเงินจากสมาชิกหรือสหกรณ์อื่น
  4. กู้ยืมเงินและรับเงินจากการออกตั๋วสัญญาใช้เงินและตราสารการเงิน
  5. สะสมทุนสำรองและทุนอื่น ๆ
  6. รับเงินอุดหนุนหรือทรัพย์สิน ที่มีผู้ยกให้

Search