วิธีดำเนินการจัดตั้งสหกรณ์ประเภทสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน

ขั้นตอนที่ 1  รวบรวมกลุ่มบุคคล

บุคคลที่จะรวมกลุ่มกันตั้งสหกรณ์ต้องมีลักษณะดังนี้
  1. เป็นบุคคลธรรมดาบรรลุนิติภาวะ
  2. มีจำนวนบุคคลไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคน
  3. บุคคลที่มาร่วมกัน ควรมีอาชีพอย่างเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน มีปัญหาความเดือดร้อนทาง เศรษฐกิจหรือสังคมและต้องการร่วมมือกันแก้ไขปัญหานั้น โดยทำกิจกรรมเพื่อมุ่งให้ได้ประโยชน์ร่วมกัน ตามประเภทของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน
  4. ทุกคนต้องสมัครใจร่วมกันลงทุนด้วยวิธีการถือหุ้นอย่างน้อยหนึ่งหุ้น
  5. ยินยอมปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายและข้อบังคับที่พวกตนกำาหนดขึ้นอย่างเคร่งครัดด้วย ความเสียสละ มีวินัยและซื่อสัตย์สุจริต

ขั้นตอนที่ 2 เตรียมการขอจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์

เมื่อเกิดกลุ่มบุคคลแล้วให้กลุ่มบุคคลประชุมกัน เรียกว่า “การประชุมผู้ซึ่งประสงค์จะเป็นสมาชิกสหกรณ์เพื่อดำาเนินการดังนี้
  1. คัดเลือกบุคคลจากที่ประชุมนั้น จำานวนไม่น้อยกว่า 10 คน เป็นผู้แทนกลุ่มเพื่อดำาเนินการจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์เรียกว่าคณะผู้จัดตั้งสหกรณ์
  2. กำหนดชื่อสหกรณ์อย่างน้อย 3 ชื่อ เรียงลำาดับตามความต้องการ เพื่อนายทะเบียนสหกรณ์ ตรวจสอบความซ้ำซ้อนกับชื่อสหกรณ์ที่ได้รับการจดทะเบียนไว้แล้ว

ขั้นตอนที่ 3  การจองชื่อ การประชุมคณะผู้จัดตั้งสหกรณ์และผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกสหกรณ์

1.  การจองชื่อสหกรณ์เพื่อป้องกันการซ้ำซ้อนสามารถดำเนินการได้ 2 วิธีคือ
  1. คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์ดำาเนินการจองชื่อผ่าน Web Site (เมนูระบบจองชื่อสหกรณ์ Online) กรมส่งเสริมสหกรณ์ (www.cpd.go.th)
  2. จองชื่อสหกรณ์ให้สำานักงานสหกรณ์จังหวัดดำาเนินการตรวจสอบ
2.  จัดประชุมคณะผู้จัดตั้งสหกรณ์เพื่อดำเนินการ
  1.  พิจารณาเลือกประเภทที่จะจัดตั้งเป็นประเภทสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน และกำหนด วัตถุประสงค์ของสหกรณ์ที่จะจัดตั้งขึ้น
  2.  จัดทำาแผนดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจหรือกิจกรรมของสหกรณ์ที่จะจัดตั้ง โดยกำาหนด กิจกรรมให้สอดคล้องกับประเภทสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสหกรณ์
  3.  จัดทำาบัญชีรายชื่อบุคคลที่ประสงค์จะเป็นสมาชิกสหกรณ์ซึ่งต้องประกอบด้วยลำดับที่ ชื่อสกุล อายุ เลขหมายบัตรประจำาตัวประชาชน ที่อยู่         อาชีพ จำานวนหุ้นที่จะถือแรกตั้ง จำานวนเงินค่าหุ้นและลายมือชื่อผู้ซึ่ง จะเป็นสมาชิกสหกรณ์
  4.  ร่างข้อบังคับสหกรณ์ (ขอรับฉบับร่างได้ที่สหกรณ์จังหวัดหรือ ช.ส.ค.)
  5.  ในกรณีที่ผู้สมัครใช้บริการไม่มีสำานักงานเป็นของตนเอง       ต้องอาศัยหรือเช่าเพื่อเป็น ที่ทำาการของกลุ่มฯคณะผู้จัดตั้งสหกรณ์ต้องทำาหนังสือขออนุญาต ขอใช้สถานที่ต่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ใน สถานที่นั้น ๆ และต้องได้รับคำายินยอมอนุญาตให้ใช้สถานที่จากผู้ถือกรรมสิทธิ์นั้นด้วย       เพื่อใช้เป็นเอกสาร ประกอบในการยื่นเรื่องขอจดทะเบียนสหกรณ์
3. จัดประชุมสมาชิกสหกรณ์ที่มีชื่อในบัญชีรายชื่อเรียกว่า การประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกสหกรณ์ เพื่อให้รับทราบชื่อสหกรณ์ ซึ่งผ่านการตรวจสอบแล้วจากนายทะเบียนสหกรณ์ การกำหนด ประเภทสหกรณ์ วัตถุประสงค์ แผนดำาเนินการเกี่ยวกับธุรกิจหรือกิจกรรมของสหกรณ์และร่วมกัน พิจารณาข้อบังคับของสหกรณ์เพื่อตกลงกันกำาหนดให้เป็นข้อบังคับสหกรณ์

ขั้นตอนที่ 4 การขอจดทะเบียนสหกรณ์

     คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์ดำาเนินการจัดทำาเอกสารเพื่อจดทะเบียนสหกรณ์ โดยยื่นเอกสารที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแห่งท้องที่ที่ตั้งสำนักงานสหกรณ์ เพื่อกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์ ตรวจเอกสารหลักฐานวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ และรายงานสหกรณ์จังหวัดในฐานะรองนายทะเบียนสหกรณ์เพื่อรับจดทะเบียนสหกรณ์

ขั้นตอนที่ 5 การดำเนินการของสหกรณ์หลังจากได้รับจดทะเบียนสหกรณ์

  1. สหกรณ์ที่จดทะเบียนแล้วมีสถานภาพเป็นนิติบุคคล
  2. บุคคลตามบัญชีรายชื่อผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิกสหกรณ์มีสถานภาพเป็นสมาชิกตั้งแต่วันที่ นายทะเบียนสหกรณ์รับจดทะเบียนสหกรณ์ และได้ชำาระค่าหุ้น ค่าธรรมเนียมแรกเข้าตามจำานวนที่ กำาหนดครบถ้วนแล้ว
  3. เจ้าหน้าที่ของ ช.ส.ค.เข้าดำเนินการตรวจสอบรายการทางบัญชีของผู้สมัครใช้บริการที่ได้รับ การจดทะเบียนสหกรณ์เพื่อสรุปรายงานฐานะการเงิน และสอบทานหนี้กับสมาชิกทุกราย อันประกอบ ด้วยงบดุล งบกำาไรขาดทุน สิ้นสุด ณ วันก่อนวันที่ได้รับการจดทะเบียนสหกรณ์ เพื่อเตรียมการโอนบัญชี ตามคำแนะนำของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จากกลุ่มเครดิตยูเนี่ยนเดิมเป็นสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่จัดตั้งใหม่ เนื่องจากกลุ่มเครดิตยูเนี่ยนเดิมเป็นการดำาเนินการกิจกรรมในรูปแบบของระบบสหกรณ์เครดิตยู เนี่ยนและเป็นกิจกรรมที่ต่อเนื่องอยู่แล้ว
  4. คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์ มีอำานาจหน้าที่และสิทธิเช่นเดียวกับคณะกรรมการดำาเนินการสหกรณ์ จนกว่าจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการดำาเนินการตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 โดยคณะผู้จัดตั้งสหกรณ์จะต้องมีการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมในการโอนกิจการทั้งปวง ไปยังสหกรณ์ เรียกว่าการประชุมคณะผู้จัดตั้งสหกรณ์ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการดำาเนินการ
  5. คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์ ดำาเนินกิจการสหกรณ์ได้ตามที่กำาหนดในข้อบังคับ
  6. คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์ต้องจัดประชุมสมาชิกสหกรณ์เป็นการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกภายใน 90วัน นับแต่วันที่จดทะเบียนสหกรณ์ เพื่อ

    (1)  เลือกตั้งคณะกรรมการดำาเนินการสหกรณ์

    (2)  เลือกตั้งคณะผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์

    (3)  อนุมัติแผนดำาเนินการเกี่ยวกับธุรกิจหรือกิจกรรมของสหกรณ์และ

    (4)  มอบหมายงานทั้งปวงให้กับคณะกรรมการดำาเนินการสหกรณ์
  7. สหกรณ์ที่ได้รับจดทะเบียนแล้วไม่เริ่มดำาเนินกิจการตามแผนดำาเนินการเกี่ยวกับธุรกิจหรือ กิจกรรมของสหกรณ์ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียน นายทะเบียนสหกรณ์มีอำานาจสั่งเลิกสหกรณ์ได้

ขั้นตอนที่ 6 ในกรณีรับจดทะเบียนสหกรณ์

สหกรณ์จังหวัดดำเนินการจัดส่งเอกสารดังนี้
  1. แจ้งให้สหกรณ์ที่ได้รับการจดทะเบียนรับทราบพร้อมกับ

        (1)   ข้อบังคับสหกรณ์  1 เล่ม (เล่มต้นฉบับ)

        (2)   ใบสำาคัญรับจดทะเบียนสหกรณ์ (ฉบับจริง)

  1. แจ้งสำานักจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์
  2. แจ้งสำานักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ หลังจากได้มีการดำาเนินการจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ตามขั้นตอนที่ 1-6 แล้ว ถือได้ว่าผู้สมัครใช้บริการ ได้เป็นสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน (นิติบุคคล) ตามกฎหมาย และในระหว่างนั้นทางกรมตรวจบัญชี สหกรณ์จะเข้าดำาเนินการตรวจสอบรายการบัญชี ที่โอนให้แก่กันระหว่างกลุ่มเครดิตยูเนี่ยนกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่จัดตั้งใหม่เพื่อความถูกต้องให้เป็นไปตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป
     สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนจะได้รับการส่งเสริมสนับสนุนและดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนอกจากชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัด  (ช.ส.ค.) เพื่อให้สหกรณ์มีการพัฒนาเจริญเติบโต มีการบริหารงานเพื่อมวลสมาชิกให้ได้ประโยชน์ สูงสุดตามอุดมการณ์ หลักการและวิธีการสหกรณ์ ดังนี้
  1. กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  2. กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  3. สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย

Search